ตั้งเป็นหน้าแรก|  มีเดียไทย |  บ้านเล็ก |  ทอล์ค |  ไดอารี่ |  Schedule |  คาเฟ่ |  แฟมิลี่ทรี |  School Net. |  Clip&PicPost |  เกมส์ | เข้าระบบ/สมัครใหม่
พูดคุย
Media Thai   Sanook2   Women   MT Gallery   School Net.   Dive & Travel   Webboard  
28-08-08

 Adventure Travel   Photo Update   บทความทางบ้าน   Wallpaper   E-gazine   เที่ยวทั่วไทย   เที่ยวรอบโลก   ดำน้ำทั่วไทย   ดำน้ำรอบโลก   Hotel Guide   ข่าวสาร   พูดคุยท่องเที่ยว 
 
คีรีตา รีสอร์ท
บ้าน เทวะมนตรา บูทิค
เก๊าไม้ล้านนารีสอร์ท
โรงแรมดุสิตรีสอร์ท พ

ภูกระดึง จ.เลย

นครศรีธรรมราช

สมุทรสาคร

ระยอง
Dive & Travel /ปฏิทินท่องเที่ยว / หน้าปัจจุบัน
เทศกาลประจำเดือน
งานวันแม่แห่งชาติ

ทั่วประเทศ
12 ส.ค. 2551

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มีฐานันดรเมื่อแรกพระราชสมภพคือ
หม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์กิติยากร เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอก พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่น
จันทบุรีสุรนาถ กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม
๒๔๗๕ ที่บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบล วังใหม่ อำเภอ ปทุมวัน จังหวัดพระนคร
ซึ่งเป็นบ้านของ พลเอก เจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) พระบิดา
ของหม่อมหลวงบัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามว่า
“สิริกิติ์” มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”

หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ทรงเริ่มรับการศึกษาชั้นอนุบาล ที่โรงเรียนราชินี
ปากคลองตลาด เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ ต่อมาเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา จึงทรงย้ายมาเรียนที่
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์ ถนนสามเสน เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพาสงบ
หม่อมเจ้านักขัตรมงคล ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐทูตวิสามัญ และอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำ
สำนักเซ็นต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้ติดตามครอบครัวไปพำนัก ณ
ประเทศ อังกฤษ ประเทศเดนมาร์ก และประเทศฝรั่งเศสทรงมุ่งมั่นจะเป็นนักเปียโนและ
ทรงประสงค์จะเข้าศึกษาที่วิทยาลัยดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีส

ใน พ.ศ. ๒๔๙๑ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงศึกษาอยู่ที่เมื่องโลซานน์
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และโปรดเสด็จไปทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์ที่กรุงปารีส
จึงทรงพบ ทรงคุ้นเคย และทรงต้องพระราชอัธยาศัยกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ต่อมาเมื่อ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จึงทรงโปรดเกล้าฯให้ หม่อมหลวงบัว
นำธิดาทั้งสองไปเยี่ยมพระอาการที่กรุงโลซานน์ และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ซึ่งขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระราชชนนี ได้รับสั่งขอให้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์
มาอยู่ศึกษาต่อที่เมื่องโลซานน์ โดยเข้าศึกษาที่โรงเรียนประจำ Riante Rive มีชื่อเสียงใน
การสอนวิชา ภาษา ศิลปะดนตรี ประวัติวรรณคดี และประวัติศาสตร์

วันที่ ๑๙ กรกฏาคม ๒๔๙๒ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงหมั่นกับ
หม่อมราชวงศ์สิริกิต์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้ตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิวัติ
ประเทศไทยเพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
แล้วได้เข้าสู่พระราชพิธีราชา ภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๓ ณ วังสระปทุม

ครั้งเมื่อถึงวันที่ ๕ พฤษถาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรง
ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามโบราณขัตติยราชประเพณี เฉลิมพระบรมนามาภิไธย
ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ และได้ทรงสถาปนาเฉลิมพระยศ
สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็น “ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินี”

ต่อมา เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๓ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ตาม
เสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลับประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากแพทย์ผู้รักษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูลแนะนำให้ทรงพักรักษาพระองค์อีกระยะหนึ่ง ใน
พ.ศ. ๒๔๙๔ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี มีพระประสูติกาล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา ฯ ณ เมื่องโลซานน์เมื่อพระชนมายุได้ ๗ เดือน ทั้งสามพระองค์ได้
เสด็จนิวัติประเทศไทย ระหว่างที่กำลังซ่อมบูรณะพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อใช้เป็นที่
ประทับถาวร ได้ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ในพระราชวังดุสิต ซึ่งต่อมา สมเด็จพระบรม
ราชินีพระประสูติกาล พระราชโอรส พระราชธิดา อีก ๓ พระองค์ คือ
- สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
- สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
- สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
รวมพระราชโอรสและพระราชธิดารวม ๔ พระองค์

วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ทรงได้รับแต่งตั่งเป็น สภานายิกาสภากาชาดไทย แทน
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี องค์สภานายิกาเดิม ซึ้งเสด็จสวรรคต เมื่อปลายปี พ.ศ.
๒๔๙๘

ในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชศรัทธาเสด็จออกทรงพระ
ผนวชในพระบวรพระพุทธศาสนา ตามโบราณราชประเพณี ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทรงปฎิบัติ
พระราชกรณียกิจทั้งปวงลุล่วงเรียบร้อย เมื่อทรงลาผนวชแล้ว จึงทรงพระกรุณาสถาปนา
พระอิสริยยศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินี เป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ” มีความหมายว่า “พระบรมราชินี ผู้เป็นที่พึ่งของประชาชน” จึงนับ
เป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระองค์ที่สองของประวัติศาสตร์ชาติไทย

กิจกรรม
ทำบุญตักบาตร ร่วมกิจกรรมในวันแมแห่งชาติ ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การแสดงทางวัฒนธรรมของภาครัฐและเอกชน ร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพร้อมกันทั่วประเทศ ชมความงามของการตกแต่งประดับไฟบริเวณถนนราชดำเนินตลอดสาย (ตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้าจนถึงพระบรมมหาราชวัง)

สอบถามรายละเอียด
กองอำนวยการโครงการ 12 สิงหามหาราชินี โทรศัพท์ 0 2356 0051 - 2
การแข่งขันจักรยานเขื่อนภูมิพลเสือภูเขานานาชาติ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2551

การแข่งขันจักรยานเขื่อนภูมิพลเสือภูเขานานาชาติ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2551
ณ เขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
วันที่ 23 - 24 สิงหาคม 2551

กิจกรรมหลัก
1. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาทางไกล ระยะทาง 60 กม.
2. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาครอบครัว ระยะทาง 16 กม.
3. การแข่งขันจักรยานเสือท่องเที่ยว ระยะทาง 10 กม.
4. การแข่งขันจักรยานเสือลำบาก แบ่งเป็นรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี
และรุ่นทั่วไปขี่จักรยานขึ้นสันเขื่อน ระยะทาง 5 กม.
5. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขานานาชาติ ระยะทาง 39 กม.
6. การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาสมัครเล่น (เสือผู้ชายและเสือผู้หญิง) ระยะทาง 24 กม.

กิจกรรมเสริม
- จักรยานท่องเที่ยวชมบรรยากาศรอบเขื่อนภูมิพล
- ชมการประกวดจักรยานโบราณที่หาชมได้ยาก
- เลือกจับจ่ายซื้อหาและซ่อมแซมจักรยานเสือภูเขาจากร้านผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์มากมาย
ในราคาสุดพิเศษ
- กิจกรรมของเยาวชน เรื่อง ช่วยกันรณรงค์สิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน
- จำหน่ายสินค้า OTOP ชั้นนำ จากตำบลต่าง ๆ ในเขตจังหวัด ตาก
- จำหน่ายอาหารเครื่องดื่มและชมดนตรีโฟร์คซอง จากเยาวชนเขื่อนภูมิพล ในช่วงเย็น

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- TAT Call center 1672
- กองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
โทร. 0 2250 5500 ต่อ 3495-8
- ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
โทร. 0 2436 4822, 0 2436 4864
- ททท. สำนักงานตาก (สต.) โทร. 0 5551 4341-3
- เรือนรับรองเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก
โทร. 0 5554 9509, 0 5559 9093 ต่อ 4001, 4002
- ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพเขื่อนภูมิพล โทร. 081 283 3775



สุขสันต์งานศิลป์ เยือนถิ่นล้านนา (สีสันล้านนา...แห่งราชพฤกษ์)

วันที่ 14 - 24 สิงหาคม 2551 เวลา 12.00 น. - 21.00 น.

ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549
ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำหนดจัดกิจกรรม "สุขสันต์งานศิลป์ เยือนถิ่นล้านนา" ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือของไทย (เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว และมีความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น โดยในการจัดงานจะเน้นกิจกรรมที่แสดงถึงความเป็นล้านนา ความสนุกสนานร่าเริงและมิตรไมตรีของผู้คนล้านนา และความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติ และวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย

กำหนดการจัดงาน : วันที่ 14 - 24 สิงหาคม 2551 เวลา 12.00 น. - 21.00 น.
หมายเหตุ.. มีรถบริการออกทุก 15 นาที รับ-ส่ง ระหว่างบริเวณ Central Airport และสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549
ในวันที่ 14 - 24 สิงหาคม 2551 เวลา 11.00 น. - 21.00 น.
(รถจะมีป้าย Logo งาน และเขียนคำว่าบริการฟรีสำหรับงานสุขสันต์งานศิลป์ เยือนถิ่นล้านนา)

พิธีเปิดงาน : วันที่ 14 สิงหาคม 2551 เวลา 18.30 น. - 19.30 น.
ณ สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 จังหวัดเชียงใหม่
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กำหนดการพิธีเปิด

17.30-18.30 น. แขกผู้มีเกียรติพร้อมกันบริเวณงาน
18.30 น. ประธานในพิธีเดินทางถึงบริเวณงาน
19.00 น.

พิธีเปิดงาน ชมการแสดงและกิจกรรมภายในบริเวณงาน
- ชมขบวนแห่บายศรีเครื่องใหญ่ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
- ชมการแสดงขบวนแห่พิธีเปิด ในขบวนแห่ประเพณีล้านนา 9 ขบวน ประกอบด้วย
1. ขบวนแห่ต้อนรับแบบล้านนา
2. ขบวนแห่โคมยี่เป็ง (เชียงใหม่)
3. ขบวนเสลี่ยงเทวดา (เชียงราย)
4. ขบวนแห่สลุงหลวง (ลำปาง)
5. ขบวนชาวลื้อฟ้อนก๋ายลาย (พะเยา)
6. ขบวนแห่น้ำทิพย์จากดอยขม้อสรงพระธาตุ (ลำพูน)
7. ขบวนฟ้อนเงี้ยว (แพร่)
8. ขบวนฟ้อนแง้น (น่าน)
9. ขบวนฟ้อนกิงกะหล่า นกเต้นโต (แม่ฮ่องสอน)
- ชมความงามของหอคำหลวงในยามค่ำคืน

การแต่งกาย : ผ้าไทย
ติดต่อสอบถาม : 0 2250 5500 ต่อ 2515-18

ไหว้พระ 9 วัด

ต้นสายปลายเหตุของกิจกรรม “ไหว้พระ 9 วัด” เกิดจากการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) ได้รับมอบหมายในเชิงนโยบาย ให้จัดถวายความรู้แด่พระสงฆ์ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 200 รูป “ในการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ในอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร” โดยเดินทางไปศึกษาวัดและโบราณสถานที่มีความพร้อมในการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างสมบรูณ์ ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นตัวอย่างในการจัดกิจกรรมถวายความรู้แด่พระสงฆ์เบื้องต้นครั้งแรก จำนวน 9 แหล่ง อันประกอบด้วย ศาลหลักเมือง วัดใหญ่ชัยมงคล วัดพนัญเชิง วัดภูเขาทอง วัดบรมวงศ์อิศรวราราม วัดหน้าพระเมรุ วัดพุทไธศวรรย์ วัดโลกยสุธาราม วิหารพระมงคลบพิตร (สาเหตุที่ใช้เลข 9 เพราะเป็นหมายเลขที่เป็นสิริมงคลของคนไทยและโครงการนี้ถือว่าก่อกำเนิดในยุคสมัยรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

หลังจากการถวายความรู้แด่พระสงฆ์ในครั้งนั้น ได้มีการนำเสนอข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่า ททท. จัดกิจกรรม “ไหว้พระ 9 วัด” เพื่อเสริมสิริมงคลและส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่อมาก็มีเสียงเรียกร้องจากบรรดานักท่องเที่ยวกลุ่ม ส.ว. (สูงวัยหรือสูงอายุ) มีความต้องการจะเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไหว้ 9 วัด ตามเส้นทางที่ ททท.จัดถวายความรู้แด่พระสงฆ์มากขึ้น และได้มีบริษัททัวร์ริเริ่มจัดไหว้พระ 9 วัด ในโปรแกรมต่างๆ ในหลายทางเลือกไว้ให้บริการมากขึ้นเช่นกัน

ต่อมาปี พ.ศ. 2545 ททท.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ทำโครงการ ”เที่ยวทั่วไทย ไปได้ทุกเดือน”
โดยเน้นการส่งเสริมการตลาดเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ดังนั้น จึงเลือกทำกิจกรรม “ไหว้พระ 9 วัด” หรือ “ไหว้พระขอพร 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์” เป็นการจัดกิจกรรมนำร่องขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกในแหล่งท่องเที่ยวรอบเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร
เพื่อก่อให้เกิดการตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในระยะยาวตลอดทั้งปีต่อไปอย่างถาวร ซึ่งในระยะแรกนั้น ททท. เน้นการประชาสัมพันธ์ จัดทำเอกสารคู่มือที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางด้วยตนเองพร้อมจัดทัวร์โปรแกรมพิเศษ เชิญ VIP ศิลปินดารานักแสดงต่างๆ ตัวแทนบริษัทนำเที่ยว สื่อมวลชน ร่วมเดินทาง
ทำกิจกรรม “ไหว้พระ 9 วัด” กระตุ้นตลาดในช่วงเทศกาลสำคัญๆ เช่น งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
งานตรุษจีน งานสงกรานต์ เป็นต้น

ในเชิงการตลาดและประชาสัมพันธ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกกลุ่มอายุและขยายผลสู่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ (โดยเฉพาะชาวเอเชียที่ชอบท่องเที่ยวในเชิงศาสนา-วัฒนธรรม) ระยะยาวอย่างต่อเนื่องในอนาคต ททท. จึงได้จัดทำเอกสารคู่มือทำกิจกรรม ”ไหว้พระ
9 วัด” ไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจำนวน 3 ภาษา คือไทย อังกฤษ จีน อนึ่งเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ
ง่ายต่อการบอกต่อ ๆ กันไปสำหรับการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จึงได้สร้างจุดเด่นและจุดขาย เป็น “คติ” ของสถานที่แต่ละแหล่งที่เราเลือกขึ้นมาใช้เป็นจุดขายสร้างกระแสโน้มน้าวกระตุ้นให้คนเลือกตัดสินใจเดินทางเข้าไปท่องเที่ยว “ไหว้พระ 9 วัด” ในวัดและสถานที่ต่างๆ บริเวณเกาะกรุงรัตนโกสินทร์ กรุงเทพมหานคร ดังนี้

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
มีคติว่า “แก้วแหวนเงินทองไหลมาเทมา” หรือ “เพื่อจิตใจสะอาด ดุจรัตนตรัย”

วัดกัลยาณมิตร
มีคติว่า “เดินทางปลอดภัย มีมิตรไมตรีที่ดี”

วัดชนะสงคราม
มีคติว่า “มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง”

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
มีคติว่า “ร่มเย็นเป็นสุข”

วัดระฆังโฆสิตาราม
มีคติว่า “มีคนนิยมชมชื่น”

วัดสุทัศนเทพวราราม
มีคติว่า “มีวิสัยทัศนกว้างไกลมีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป”

วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง)
มีคติว่า “ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน”

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร
มีคติว่า “ตัดเคราะห์ต่อชะตาเสริมวาสนาบารมี”

ศาลเจ้าพ่อเสือ
มีคติว่า “เสริมอำนาจบารมี”


วัดบวรนิเวศวิหาร
มีคติว่า “พบแต่สิ่งที่ดีงามในชีวิต”

วัดสระเกศ
มีคติว่า “เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล”

ในลำดับมาได้มีการปรับเปลี่ยนสถานที่ไปบ้างบางแห่งเพื่อเอาใจสำหรับกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวไทย จึงได้ปรับเลือกใช้วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดสระเกศ แทน ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร และศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อเป็นการต่อยอดและสร้างทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ “ไหว้พระ (จริงๆทั้ง) 9 วัด” ททท.
จึงได้ปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อให้ดูยิ่งใหญ่และขลังขึ้นกว่าเดิม เป็น “ไหว้พระขอพรเก้าพระอารามหลวง”

กิจกรรม“ไหว้พระ 9 วัด” ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาขยายผลและต่อยอดการจัดกิจกรรมลักษณะนี้อย่างจริงจังหลายรูปแบบ โดยเจ้าของสถานที่และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ทำการจัดกิจกรรมไหว้พระ 9 วัด กระจายตัวไปตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศและสร้างจุดขายเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวมีสีสันความเชื่อและมีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป

มักจะพบเห็นเด็ก ๆ วัยรุ่น หนุ่ม สาว ในปัจจุบันจูงมือกันเข้าวัดทำบุญบริจาคทานทำให้จิตใจ
สุขสงบเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนั้นหมายถึงการท่องเที่ยว “ไหว้พระ 9 วัด” ก่อให้เกิดมิติการเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของแหล่งท่องเที่ยวนั้น ๆ สร้าง-เสริม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังวัฒนธรรมไทย และค่านิยมให้กับเด็กๆ วัยรุ่น วัยทำงาน สนใจ
เดินทางเข้าวัดมากขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะมีแต่เพียงกลุ่ม ส.ว. (สูงวัย หรือ สูงอายุ) เข้าวัดเท่านั้น ทั้งนี้ทำให้
เกิดการพัฒนาต่อยอดรูปแบบการท่องเที่ยวในเชิงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถาน เพื่อแสวงหาความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ชำระจิตใจให้ผ่องแผ้ว ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นพรชัย
แก่การเริ่มต้นที่ดีพบแต่สิ่งที่ดีงามให้กับชีวิตในการก้าวต่อไปในอนาคต........ทำให้ท่องเที่ยวแล้วมีความสุข
(อิ่มบุญ)............นี่คือความเป็นมาของ “ต้นตำรับ...ไหว้พระ 9 วัด”



การแข่งขันกระดานโต้คลื่น หาดกะหลิมครั้งที่ 4

ณ บริเวณชายหาดบ้านกะหลิม ภูเก็ต
วันที่ 18 - 20 กรกฎาคม 2551

ชมรมนักโต้คลื่นภูเก็ตจัดการแข่งขันกระดานโต้คลื่น ณ บริเวณชายหาดบ้านกะหลิม (Kalim Surfing Contest 2008) ในวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2008 นี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมกีฬาโต้คลื่นแก่เยาวชน และบุคคลที่สนใจ รวมไปถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในช่วงโลว์ซีซั่น ซึ่งทางชมรมได้จัดมาทุกปี และปีนี้ได้จัดขึ้นที่หาดกะหลิมเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ทุก ๆ ปีที่ได้มีการแข่งขันนั้น ได้รับความสนใจจากนักกีฬาโต้คลื่นและนักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประเทศออสเตรเลีย, ประเทศอังกฤษ, ประเทศแอฟริกาใต้, กลุ่มประเทศยุโรป และเพื่อนบ้านประเทศเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และ อินโดนีเชีย เป็นต้น

รายละเอียดการแข่งขัน
การแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 รุ่น ดังนี้
1. รุ่นทั่วไป (Open Division)
จะจำกัดนักโต้คลื่นที่ 64 คน (16 heats) และใช้กระดานโต้คลื่นขนาดสั้นเท่านั้น (Short Board - 7’ maximum) จัดการแข่งขันทั้ง 3 วัน
2. รุ่นเยาวชน อายุไม้เกิน 14 ปี (Groms Civision)
คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันประมาณ 16 คน (4 heats) จัดการแข่งัขน 2 วัน (เสาร์ และอาทิตย์)
3. รุ่นกระดานยาว (Longboard Division)
จะะจำกัดนักโต้คลื่นที่ 24 คน (6 hrats) และใช้กระดานโต้คลื่นขนาดยาวเท่านั้น (Long Board - 8’++ with MAlibu shape) จัดการแข่งขั้นทั้ง 3 วัน
* เวลาในการแข่งขันอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสภาพคลื่น และเวลาขึ้น-ลง ของ


พัทยามาราธอน

เมืองพัทยา ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงาน พัทยามาราธอน ขึ้นมาทุกปี ซึ่งในปีนี้นับเป็น ครั้งที่ 15
การแข่งขัน “พัทยามาราธอน” มีนักวิ่งประเทศต่าง ๆนักวิ่งชาว-ไทย เยาวชนและนักเรียนรวมทั้งเก้าอี้ล้อเลื่อน(Wheelchair) เข้าร่วมการแข่งขัน โดยมีจำนวนมากขึ้นโดยลำดับและการจัดงานได้พัฒนาเป็นมาตรฐานระดับ Inter National จนกระทั่งสมาคมกรีฑาเอเชีย ได้อนุญาตให้ใช้สนามนี้
เป็นที่แข่งขันเพื่อความเป็นเลิศแห่งเอเชียมาแล้วรวมถึงยังเป็นสนามที่พัฒนา นักวิ่งระยะทางไกล(Marathon) ที่มีความสามารถเป็นตัวแทนระดับ Sea-GameและAsian Game อีกด้วย

ในงานพัทยามาราธอน ปี 2551 ได้จัดกิจกรรมสำหรับต้อนรับนักวิ่งรวมถึงการอำนวยความสะดวกสำหรับนักวิ่ง ในด้านต่างๆ มากมาย อาทิ
- การปรับเพิ่มกลุ่มอายุนักวิ่ง
- ปรับเพิ่มเงินรางวัลสำหรับนักวิ่งให้เท่ากันสำหรับ ชาย/หญิง
- การจัดเลี้ยงต้อนรับนักวิ่ง Party On The Beach ในวันเสาร์ที่ 19 ก.ค. 2551
- รางวัลพิเศษ สำหรับนักวิ่ง ประเภทฮาล์ฟมาราธอน รุ่นทั่วไปชาย/หญิง
ที่ชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับสิทธิไปร่วมแข่งขันBLACK MORES SYDNEY RUNNING FESTIVAL 2008
ณ ประเทศออสเตรเลีย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- รางวัลพิเศษ สำหรับชมรมวิ่ง ที่ส่งนักวิ่งเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุด
- รางวัลพิเศษ สำหรับนักวิ่งสูงอายุ
- โบนัสพิเศษ สำหรับผู้ที่ทำลายสถิติ พัทยามาราธอน และ มาราธอนประเทศไทย

การสมัครเข้าร่วมแข่งขัน
การสมัครเข้าร่วมแข่งขัน
ค่าสมัคร (สำหรับชาวไทย)

- มาราธอนและวีลแชร์ 500 บาท (ตั้งแต่วันนี้ - 13 ก.ค. 2551)
700 บาท (วันที่ 14 ก.ค. - 19 ก.ค. 2551)

- ฮาล์ฟมาราธอน 400 บาท (ตั้งแต่วันนี้ - 17 ก.ค. 2551)
500 บาท (วันที่ 18 ก.ค. - 19 ก.ค. 2551)

- ควอเตอร์มาราธอน 300 บาท (จนถึงเช้าวันแข่งขัน)

- นักเรียน (อายุไม่เกิน 15 ปี)ไม่เสียค่าสมัคร





การสมัครร่วมแข่งขัน

1.ทางอินเตอร์เน็ต ดาวน์โหลดใบสมัคร www.pattaya-marathon.com

2.สมัครด้วยตนเองที่

- ศาลาว่าการเมืองพัทยา ชั้น2 งานพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว
ถ.พัทยาเหนือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20260 Tel:038-253 129

- สมาคมกรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ห้อง 05-06 ศูนย์กีฬามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต จ.ปทุมธานี 12121
Tel: 02 564-3322

- ททท. (สำนักงานใหญ่)
1600 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Tel: 02-250-5500

- ททท.สำนักงานภาคกลางเขต3(พัทยา) Tel:038-428-750

- ททท.(สำนักงานในประเทศ) : เชียงใหม่, เชียงราย พิษณุโลก อยุธยา
ชะอำ ตาก กาญจนบุรี นครนายก นครพนม อุดรธานี ภูเก็ต นครศรีธรรมราช
นราธิวาส สุราษฎร์ธานี และ สงขลา

- เค้าท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ห้างโรบินสัน สาขาบางรัก สีลม สุขุมวิท รัชดาภิเษก
และ Sracon Square

- บริษัท ทวินแอนด์โซลูชั่นซิสเต็ม จำกัด
88 โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ ห้อง 244-245 ชั้น 2 ถ.พระราม 6
แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 Tel:02-216-9817-19

- JOG&JOY
สุขุมวิท 93 หรือบูธเคลื่อนที่ตามงานวิ่ง Tel: 02-741-1900

- บริษัท เอสวาย ซินนอริต้าจำกัด
34 ห้อง 11-12 A ซอยเอกมัย 21 ถ.สุขุมวิท 63 คลองตันเหนือ
วัฒนา กรุงเทพฯ 10110 Tel: 02-711 5500

3.ทางไปษณีย์
ส่งใบสมัครพร้อมธนานัติ หรือตั๋วแลกเงินสั่งจ่าย ปณจ. บางละมุง
ในนาม "งานพัทยามาราธอน" เมืองพัทยา ศาลาว่าการเมืองพัทยา
ถ.พัทยาเหนือ อ.บางละมุง ชลบุรี 20260 พร้อมสอดซองติดแสตทป์จ่าหน้าซอง
ถึงตัวผู้สมัครเอง ทั้งนี้ต้องสมัครภายในไม่เกินวันที่ 10 ก.ค. 2551

4.โอนเงินผ่านธนาคาร
บัญชี "พัทยามาราธอน" ธนาคารกรุงไทย สาขาพัทยา
เลขที่บัญชี 221-1-45811-4 และแฟกซ์ ใบนำฝากพร้อมใบสมัครมาที่
ศาลาว่าการเมืองพัทยา งานพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว
โทรสาร : 038-253-129

ตารางเงินรางวัล / บาท (Prize/Baht)

ผู้ชนะเลิศ
Winner
มาราธอน
Marathon ฮาล์ฟมาราธอน
Half Marathon

ควอเตอร์มาราธอนQuarter Marathon

นานาชาติ
International
ชาวไทย
Thai ทุกกลุ่มอายุ
Age Group ชาวไทย
Thai ทุกกลุ่มอายุ
Age Group ทุกกลุ่มอายุ
Age Group
ชาย
Men’s หญิงWomen’s ชาย
Men’s หญิงWomen’s ชาย
Men’s หญิงWomen’s ชาย
Men’s หญิงWomen’s ชาย
Men’s หญิงWomen’s ชาย
Men’s หญิงWomen’s
1 200,000 200,000 70,000 70,000 10,000 10,000 40,000 40,000 6,000 6,000 6,000 6,000
2 75,000 75,000 50,000 50,000 6,000 6,000 20,000 20,000 4,000 4,000 4,000 4,000
3 50,000 50,000 35,000 35,000 4,000 4,000 10,000 10,000 3,000 3,000 3,000 3,000
4 30,000 30,000 25,000 25,000 2,500 2,500 8,000 8,000 2,000 2,000 1,500 1,500
5 20,000 20,000 20,000 20,000 2,000 2,000 6,000 6,000 1,500 1,500 1,000 1,000
6 10,000 10,000 15,000 15,000 - - - - - - - -

ประเภทมาราธอน
ผู้ชนะเลิศ
จะได้รับถ้วยเกียรติยศ และ เงินรางวัลตามตารางเงินรางวัล ผู้ชนะเลิศอันดับ 2-6 จะได้รับถ้วยเกียรติยศและ เงินรางวัลตามตารางเงินรางวัล
ประเภทฮาล์ฟมาราธอน และ ควอเตอร์มาราธอนผู้ชนะเลิศอันดับ 1-5 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ และ เงินรางวัลตามตารางเงินรางวัล

เหรียญรางวัล
เหรียญผู้พิชิตพัทยามาราธอนผู้เข้าเส้นชัยประเภทมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน และควอเตอร์มาราธอนภายในเวลา 6 ช.ม. 3 ช.ม. และ 1.30 ช.ม. ตามลำดับจะได้รับเหรียญผู้พิชิตพัทยามาราธอน ทุกคน

เกียรติบัตร
ผู้เข้าถึงเส้นชัยประเภทมาราธอนภายในเวลา 6 ช.ม.จะได้รับเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณทุกคน


ผู้ชนะเลิศ
จะได้รับถ้วยเกียรติยศ และ เงินรางวัลตามตารางเงินรางวัล ผู้ชนะเลิศอันดับ 2-6 จะได้รับถ้วยเกียรติยศและเงินรางวัลตามตารางเงินรางวัลประเภทฮาล์ฟมาราธอน และ ควอเตอร์มาราธอนผู้ชนะเลิศอันดับ 1-5 จะได้รับถ้วยเกียรติยศ และเงินรางวัลตามตารางเงินรางวัล

เหรียญรางวัล
เหรียญผู้พิชิตพัทยามาราธอนผู้เข้าเส้นชัยประเภทมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน และควอเตอร์มาราธอนภายในเวลา 6 ช.ม. 3 ช.ม. และ 1.30 ช.ม.ตามลำดับจะได้รับเหรียญผู้พิชิตพัทยามาราธอน ทุกคน

เกียรติบัตร ผู้เข้าถึงเส้นชัยประเภทมาราธอนภายในเวลา 6 ช.ม.จะได้รับเกียรติบัตรประกาศเกียรติคุณทุกคน

รางวัลโบนัสพิเศษสำหรับการทำลายสถิติ

สำหรับผู้ที่ทำลายสถิติ พัทยามาราธอน ประเภทมาราธอน ทั้งชายและหญิงจะได้เงินรางวัลพิเศษ 50,000 บาท
สำหรับผู้ที่ทำลายสถิติ มาราธอนประเทศไทย ประเภทมาราธอน ทั้งชายและหญิงจะได้เงินรางวัลพิเศษ 100,000 บาท

สถิติ
ชาย 2:19:35 Joel Kiplimo Kemboi (เคนย่า) 15/07/2550
หญิง 2:51:49 Subnafeu. Ms.Feri Marince (อินโดนีเซีย) 20/07/2546

มาราธอนประเทศไทย
ชาย 2:12:32 Lee, Bong-Ju (เกาหลี) 20/12/2541
หญิง 2:21:41 Takahashi, Naoko (ญี่ปุ่น)06/12/2541


รางวัลพิเศษสำหรับผู้ชนะเลิศ ฮาล์ฟมาราธอน ในรุ่นทั่วไปชายและหญิง ได้รับสิทธิบินเข้าร่วมงานวิ่งระดับโลก
บนสะพานฮาร์เบอร์ บริดจ์ ณ ประเทศออสเตรเลียในงาน "แบลคมอร์ส ซิดนีย์ รันนิ่ง เฟสติวัล 2008" วันที่ 21 ก.ย. 2008
รายละเอียดเพิ่มเติม www.sydneymarathon.org พัทยามาราธอน

เกณฑ์การตัดสินการแข่งขันและมอบรางวัล สำหรับปี 2551

1. การแข่งขันประเภททั่วไปทั้ง มาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน และควอเตอร์มาราธอนจะใช้อันดับการเข้าเส้นชัยเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน
2. ประเภท มาราธอน และ ฮาล์ฟมาราธอน ในรุ่นกลุ่มอายุ ใช้ Timing Chip ในการตัดสินจะใช้เวลาสุทธิ(Net Time)เป็นเกณฑ์ตัดสิน
*** เวลาสุทธิ (Net Time) คือเวลาที่เริ่มตั้งแต่นักวิ่งผ่านอุปกรณ์ Champion Chip ลบด้วยเวลาที่นักวิ่งเข้าเส้นชัยผ่านอุปกรณ์ Champion Chip
3. สถิติการแข่งขันโดยรวม ทั้งประเภทมาราธอน และ ฮาล์ฟมาราธอน จะใช้ Champion Chip ในการบันทึกเวลาป็นOfficial Time
4. ประเภทควอเตอร์มาราธอน ใช้ลำดับการเข้าเส้นชัยเป็นเกณฑ์การตัดสิน
5. ผู้ที่ไดัรับรางวัล Overall นานาชาติและ Overall ชาวไทย ประเภท มาราธอน ในลำดับ 1-6 และOverall ชาวไทย ฮาล์ฟมาราธอนในลำดับ 1-5 จะไม่ได้รับรางวัลในประเภทกลุ่มอายุอีก โดย จะปรับเลื่อนผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุด ในกลุ่มอายุนั้นๆ ขึ้นมารับรางวัลในประเภทกลุ่มอายุนั้นแทน
|1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | ถัดไป >>
งานวันแม่แห่งชาติ...
การแข่งขันจักรยานเขื...
สุขสันต์งานศิลป์ เยื...
พัทยามาราธอน...
  ถูก ถูก ถูก บริการจองที่พัก ราคา *** ถูกกว่า *** สถานท
  บริการ จัดกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไทย และกิจกรรม Walk Rally
  “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 25” แบ่งพื้นที่งานแล้ว
  ประชันรถโบราณ และ จักรยานยนต์โบราณ ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบปี
  อยากเที่ยวทะเล
  Au pair in USA. เปิดประสบการณ์ทำงานใหม่ เลี้ยงเด็กในอเมริกา
 
Media Thai Intro  |   AD. Guide  |   PR  |   Webboard Policy   |   Open Editorial Policy
Copyright (c) Media Thai Communications, All Rights Reserved